ผมทรงสกินเฮด ความหมายแฝงทางการเมือง

ทรงผมก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้คนดูดีขึ้น ทรงผมที่ดูดีก็ทำให้เจ้าของทรงผมนั้นมีความมั่นใจและบางทรงยังช่วยส่งเสริมบุคลิกภาพให้ดีมากยิ่งขึ้น ทรงผมแต่ละทรงก็สามารถสื่อถึงความรู้สึกหลากหลายอารมณ์ได้และยังบ่งบอกได้อีกด้วยว่าคนๆนั้นเป็นคนแบบไหนหรือมีบุคลิคภาพแบบไหน โดยเฉพาะสาวๆแล้ว ทรงผมนั้นถือว่าเป็นหนึ่งในสิ่งที่ช่วยเสริมความมั่นใจและความสวยงามได้เป็นอย่างมาก สาวๆส่วนมากจึงใส่ใจกับทรงผมเป็นพิเศษและคิดค้นรูปแบบที่จะสามารถทำให้ผมนั้นออกมาดูดีมากที่สุด แต่หากเป็นฝ่ายหนุ่มๆบ้าง ทรงผมในชีวิตประจำวันทั่วไปอาจไม่หลากหลายเท่าผู้หญิง แต่ก็มีการจัดแต่งทรงผมในหลายรูปแบบเช่นกัน แต่หนึ่งในทรงผมที่ไม่ต้องดูแลและทำง่ายที่สุดคงไม่พ้น ผมทรงสกินเฮด ผมทรงนี้คนตัดต้องมีความมั่นใจมากพอสมควร เพราะเป็นการเปิดเผยทุกมุมของใบหน้าและศีรษะของเราให้คนอื่นเห็น แต่คุณรู้หรือไม่ว่าผมทรงนี้มีความหมายแฝงทางการเมืองอยู่ด้วย อยากรู้ว่าเรื่องราวเป็นยังไงตามเรามากันเลย

ผมทรงสกินเฮด ไปเกี่ยวข้องกับการเมืองได้อย่างไร

ผมทรงสกินเฮดแต่เดิมก็เป็นหนึ่งในแฟชันทั่วไป  มีต้นกำเนิดในปีค.ศ.1950 ในตอนแรกนั้นยังไม่เป็นที่นิยมมากนักมานิยมจริงๆก็อีกหนึ่งปีให้หลัง ทรงผมนี้ก็กลายเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก แต่เรื่องราวที่เป็นจุดเปลี่ยนเริ่มต้นขึ้นในค.ศ.1970 มีนักดนตรีร็อคกลุ่มหนึ่งได้ทำเพลงที่เกี่ยวกับอำนาจรัฐอันไม่ชอบธรรม ซึ่งสื่อทั่วไปก็ให้ความสนใจแต่นำเสนอภาพออกมาส่วนมากเป็นในแง่ของความรุนแรง จนต่อมาเกิดเป็นกลุ่มชาตินิยมขึ้นและที่ตามมาก็คือกลุ่มนีโอนาซี พวกเขามีอุดมการและข้อเรียกร้องที่ชัดเจน การออกมาแสดงจุดยืนของพวกเขานั้นจึงทำให้ภาพลักษณ์ของทรงผมสกินเฮดนั้นเปลี่ยนแปลงไป ในยุคนั้นทรงผมนี้จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ที่เป็นการแสดงออกถึงนัยยะทางการเมืองแต่เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนไปทรงผมนี้ก็กลายเป็นแค่ทรงผมแฟชั่นทรงหนึ่งเท่านั้น ถึงจะเป็นอย่างนั้นแต่ก็มีหนังหลายเรื่องที่หยิบยกสกินเฮดเอามาสื่อสารแสดงออกในเรื่องที่เกี่ยวกับการเมือง ทรงผมนี้จึงเป็นนัยยะแฝง ขึ้นอยู่กับบริบทที่ถูกนำเสนอด้วยว่าแสดงออกในทางด้านไหน

หนังต่างๆที่หยิบยกสกินเฮดมาเป็นสัญลักษณ์เชิงนัยยะ

เริ่มกันที่รอมเปอร์สตอมเปอร์ เป็นภาพยนตร์สัญชาติออสเตรเลียที่ถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ.1993   แต่ถูกหยิบยกนำมาทำเป็นซีรี่ย์ในอีก 25 ปีต่อมา  เป็นเรื่องของกลุ่มนาซีที่อยู่ในแถบชานเมืองเมลเบิร์น ซึ่งค่อนข้างเป็นพวกใช้ความรุนแรงและแสดงออกชัดเจน ในเรื่องของความเกลียดชังทางเชื้อชาติจึงมักทำร้ายชาวเอเชียอยู่เป็นประจำ ตอนหลังจึงเป็นการต่อสู้ล้างแค้นของคนเอเชียจนทำให้คนกลุ่มนี้ต้องถูกตำรวจจับและเรื่องก็จบลง อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องกรีนรูมเป็นหนังในแนวการต่อสู้และการปะทะอย่างรุนแรง เมื่อกลุ่มนักดนตรีได้เจอกับร่างของหญิงสาวที่ถูกฆาตกรรมจนเสียชีวิตในห้องพักนักดนตรี ทั้งกลุ่มจึงถูกจับมารวมกันไว้ในห้องเดียวกันแต่เรื่องราวก็ยิ่งย่ำแย่เนื่องจากพวกกลุ่มนีโอนาซีตั้งใจจะฆ่าทุกคนเพื่อปิดปากจนเกิดการต่อสู้กันขึ้น เรื่องนี้เล่าเรื่องไม่เยอะแต่เรื่องราวที่เหลือเป็นการเล่าเรื่องในแนวของการบู๊แอ็คชั่นเสียมากกว่า นอกจากนี้ก็ยังมีหนังอีกหลายเรื่องที่หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาไม่ว่าจะเป็นดิสอิสอิงค์แลนด์,อเมริกันฮิสทอรีเอ็กซ์และเดอะอิมเพอร์เรี่ยมเป็นต้น  ถึงผมทรงนี้จะถูกหยิบยกมาเป็นประเด็นเรื่องการเมืองแต่ในปัจจุบันนั้นค่อนข้างเปิดกว้าง ดังนั้นก็ไม่ใช่ว่าผู้ที่ตัดผมทรงนี้จะเป็นพวกนีโอนาซีหรือกลุ่มหัวรุนแรงเสมอไป

W88 จัดได้เลยว่าเป็นการเล่นคาสิโนออนไลน์ มีความเชื่อถือมาก